จำนวนการดูหน้าเว็บรวม

วันเสาร์ที่ 30 เมษายน พ.ศ. 2554

เรื่องเล่าจากสมรภูมิช่องบก.....

เมื่อครั้งมีสถานะการณ์ความไม่สงบตามแนวชายแดนที่บริเวณช่องบก อ.น้ำยืน จ.อุบลฯ ซึ่งเป็นพื้นที่รอยต่อสามประเทศ(สามเหลี่ยมมรกต ไม่ใช่สามเหลี่ยมทองคำ) ได้แก่ ไทย - ลาว - เขมร เมื่อปีพุทธศักราช ๒๕๒๙ เชื่อได้ว่าขณะนั้นหลายคนยังไม่เกิดและยังเชื่ออีกว่าน้อยคนนักที่จะรู้เกี่ยวกับเรื่องนี้ซึ่งเป็นสิ่งที่น่าศึกษาไว้อย่างยิ่งในฐานะคนไทย....


การรบครั้งนั้นเป็นการนำโดย ทภ.๒ และ กกล.สุรนารี สถานการณ์โดยทั่วไปคือ ทหารเวียดนามได้เข้ามามีอิทธิพลในเขมร(เริ่มจากสงครามภายในเขมรเองเป็นการรบกันของเขมร ๓ ฝ่าย รวมถึงการฆ่าล้างเผ่าพันธ์ จากนั้นฮุนเซนได้หนีไปพึ่งใบบุญของเวียดนาม และได้นำเวียดนามมาฆ่า พี่ - น้องของตนเองที่มีเชื้อสายเดียวกันกับตนเอง) ทำให้มีเขมรบางกลุ่มหนีมาสร้างที่มั่นตามแนวชายแดนไทย - เขมร โดยเฉพาะช่องบก ดังนั้นบริเวณนี้จึงเป็นที่หมายโจมตีของทหารเวียดนาม และทหารเวียดนามยึดที่หมายได้สำเร็จจนทั่วบริเวณช่องบกและได้มีการลุกล้ำอธิปไตยของไทยโดยการสร้างฐานที่มั่นลุกล้ำเข้ามาในแผ่นดินไทย บางแห่งรุกเข้ามากว่า ๕ กิโลเมตร
เมื่อ ๒๕๒๙ ทภ.๒ โดย กกล.สุรนารี ได้ใช้กำลังผลักดันและขับไล่กำลังส่วนนี้ออกไปจากผืนแผ่นดินไทยให้สิ้น.. และสามารถกระทำได้สำเร็จเมื่อปีงบประมาณ ๒๕๓๒ ระยะเวลาประมาณ ๔ ปี .... ผลจากการปฏิบัติการรบด้วยระยะเวลาอันยาวนานในครั้งนั้นทำให้มีทหาร - หาญที่ยอมสละชีพเพื่อความอยู่เย็นเป็นสุขของคนไทย เป็นจำนวนไม่น้อย......ข้าพเจ้าและคนไทย ขอไว้อาลัยด้วยความปลื้มปิติและสำนึกในบุญคุณของวีระบุรุษทหารกล้าทั้งหลายเหล่านั้น..

ข้อสังเกตุในบทเรียนจากสมรภูมิช่องบก คือ...
๑. เขมรเป็นชนชาติที่ไว้ใจไม่ได้ เพราะว่าสามารถฆ่าได้แม้กระทั่งเลือดเนื้อของตัวเองถือว่าเลวสุดๆ ไทยอย่าได้เอาอย่าง
๒. เขมรยอมให้ต่างชาติเข้ามายึดได้แม้กระทั่งประเทศที่เรียกว่าเป็นบ้านเกิดของตัวเอง ไทยอย่าได้เอาอย่าง
๓.การรบในคราวนั้นจะสำเร็จไปไม่ได้หากไม่ได้รับความร่วมมือจากทหาร - หาญ ทุกนาย ตลอดจนกลุ่มประชาชนที่ร่วมรบในครั้งนั้น ซึ่งไดแก่ ราษฎรอาสาสมัครพิทักษ์ไทย กลุ่มพลังมวลชน ฯลฯ


สรุป
เมื่อยามเกิดศึกสงครามคราใดคนไทยไม่เคยทรยศแผ่นดิน จะสู้จนใจขาดดิ้นก็ไม่ยอมสิ้นแผ่นดินที่กลบหน้า รวมพลังทหาร - หาญและชาวประชา เพื่อรักษาปฐพีที่มีไท

0 ความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น