จำนวนการดูหน้าเว็บรวม

วันอังคารที่ 7 มิถุนายน พ.ศ. 2554

ธัญญาเรศ ....... เลิกกันแต่ไม่มีวันเลิกเจ็บ

เลิกกันแต่ไม่มีวันเลิกเจ็บ ไม่ใช่รอยเล็บที่เจ็บวูบเดียวก็หาย...







มันเรื่องของครอบครัวเขาไม่ขอออกความคิดเห็น.. นะ... แค่อยากบอกว่าเสียใจมาก... ครับบบ so sad """

วันจันทร์ที่ 16 พฤษภาคม พ.ศ. 2554

ความจริงปราสาทหรหมวิหาร หรือ ปราสาทพระวิหาร.....










รวมพลติสแตก ต้องที่นี่ที่เดียว... เสียวที่สุด..หยุดไม่อยู่.. เอ๊ะไม่รู้เกี่ยวกันไหม.. ^_^

วันศุกร์ที่ 13 พฤษภาคม พ.ศ. 2554

เก็บมาเล่า.... ชายแดนสุดแสนจะ....




ภาพที่เห็นเป็นเพียงภาพบางส่วนที่คิดว่าน่าจะเผยแพร่ได้ครับบ ภาพนี้สำนักข่าวใหญ่ๆยังไม่สามารถเก็บภาพมาแบบนี้ได้.. ที่มองเห็นเป็นหมอกนั่นคือฝั่งเขมรครับบ ... น่าสังเกตุคือว่าฝั่งโน้นแทบจะไม่มีต้นไม้ใหญ่ๆเหลืออยู่แล้ว มีลักษณะคล้ายทุ่งหญ้า แต่ไม่มีชุมชนอยู่ยกเว้นทหารที่เข้ามาอยู่กันเต็ม ตลอดแนวชายแดน.. ทหารเขมรอพยพเอาลูกเมียมาอยู่กะว่าจะให้เป็นที่ชุมชนพยายามตัดถนน ทำสะพาน.. เพื่อจุดประสงอะไรบางอย่างของเขมรเอง.. ก็ไม่ทราบแน่ชัด.. นี่เป็นภาพเมื่อเกือบสองปีที่แล้ว... แต่ตอนนี้เปลี่ยนไปเยอะแล้ว.. ทหารเขมรได้ทำการตัดถนนเป็นถนนยุทธศาสตร์ คล้ายใยแมงมุมเพื่อการส่งกำลังบำรุงหรือด้วยเหตุผลใดก็ตาม... เราได้แต่ยืนมองเพราะเป็นฝั่งของเขมร...เมื่อทหารเขมรเข้ามาอยู่ก็พยายามทำทุกอย่างเพื่อความอยู่รอด... สังเกตุได้ว่าเขมรจะตัดไม้ตลอดทั้งวันทั้งคืน.. บางแห่งใกล้กับแนวชายแดนไม่ถึง 500 เมตรด้วยซ้ำ.. บางแห่งเป็นการลักลอบตัดไม้ในเขตแผ่นดินไทยที่ทหารไทยดูแลอยู่ทหารไทยก็ได้ทำการผลักดันออกไปอย่างสมน้ำสมเนื้อ... บาดเจ็บล้มตายไปก็มีให้เห็นเยอะ.. แต่ก็ไม่เข็ด...แอบมาตัดไม้ฝังไทยอยู่เป็นประจำๆ..เฮ้อนี่แหละเขมร...ทำเป็นมึนตลอด... เรียกว่ามึนตาใส..ทำไม่รู้ไม่ชี้... ทหารไทยจะแกล้งทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้ก้ไม่ได้.. เพราะเราทำงานด้วยความตรงไปตรงมา.. มีการล่วงล้ำอธิปก็ต้องจัดการไปตามเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น..
ภาพที่เห้นในทุกวันนี้ไม่ใช่แบบนี้แล้ว.. เรียกว่าเขมรได้สร้างรัฐกันชนเรียบร้อยแล้ว... มีการนำลูกเมียมาอยู่ตามแนวชายแดน...ทั้งเด็กผู้หญิง.. มีหมด... เพราะเหตุใดไม่ทราบ...อาจจะเดาได้คือ... ต้องการสร้างภาพว่าตลอดแนวชายแดนคือที่ชุมชน...ก็เป็นได้.. เพื่อสร้างอำนาจต่อรองกับไทย... ก็น่าคิด..





ส่วนนี่เป็นสภาพที่พักของทหารไทย.. ตามแนวชายแดน.... เรียกว่าต้องนอนกอดปืนนอนต่างแฟนทุกคืนครับบบ.. ความกันดาร ความหิว ตู้เย็น ทีวี แอร์เย็นๆไม้ต้องพูดถึงครับบบ แค่ตื่นเช้ามามีน้ำล้างหน้าก็ดีถมไปแล้ว.. น้ำอาบก็มีบ้างไม่มีบ้าง.. ถ้าเป็นหน้าฝนก็ดีหน่อย.. ความเหนื่อย.. ความวิตกกังวล เป็นห่วงผู้อยู่แนวหลัง.. บางคนต้องห่างลูกเมีย... ไอ้เณรลูก ทบ.บางคนถูกแฟนทั้งเพราะไม่มีเวลาให้แฟน... แฟนไม่เข้าใจ..

วันอาทิตย์ที่ 8 พฤษภาคม พ.ศ. 2554

..... ภาพกระสุนระเบิด ชนิด บีเอ็ม - ๒๑ กว่า 100 ลูก ที่ฝ่ายเขมรยิงมาตกที่ฝั้งไทยบริเวณ อ.พนมดงรัก จ.สุรินทร์ เมื่อเหตุการณ์ที่ผ่านมา เดือน เม.ย. ๕๔ ภาพนี้สมควรประนามการกระทำของเขมรที่โหดร้ายเกินไป รู้ทั้งรู้ว่าอาวุธชนิดนี้ไม่ค่อยมีความแม่นยำ ใช้การหวังผลเป็นพื้นที่ ซึ่งแน่นอนว่าถ้ากระสุนไปตกที่ใดก็จะเกิดความเสียหายตรงบริเวณนั้นกว้างกว่าอาวุธวิถีโค้งทั่วไปแน่นอน ......
...... ถึงแม้ว่าการปะทะจะไม่เกิดขึ้นมาหลายวันแล้วแต่ว่าชาวบ้านในพื้นที่ก็ยังหวาดกลัวที่จะออกจากบ้าน ไม่กล้าที่จะออกไปประกอบอาชีพตามปกติ ต้องเตรียมพร้อมที่จะอพยพตลอดเวลา ชาวบ้านต้องทำหลุมหลบภัยที่สร้างขึ้นเองด้วยวัสดุที่มีอยู่ ส่วนของทางราชการที่จะสร้างยังไม่ได้ทำ ชาวบ้านต้องพึ่งตัวเองไปก่อน.....

...... ส่วนภาพนี้เป็นสภาพความเสียหายที่เกิดเมื่อการปะทะ เดือน ก.พ. ๕๔ ที่เขมรยิง จรวดหลายลำกล้อง แบบ  BM-21 เข้ามาตกยังเป้าหมายที่เป็นพลเรือนของฝ่ายไทย.. ได้รับความเสียหายหลายจุด โดยเฉพาะบ้านภูมิซรอลที่อาคารเรียนเสียหาย ที่ทำการ อบต.เสาธงชัย ตลอดจนบ้านเรือนประชาชนหลายหลัง...
....... บรรยากาศที่ศูนย์อพยพชั่วคราว.......




วันจันทร์ที่ 2 พฤษภาคม พ.ศ. 2554

บินลาดิน ลาจากโลกนี้จริงหรือ...






บินลาดินตายซะแล้ว งงเลย

=>มีอะไรน่างงหรือ?

=>ถูกตามล่าตัวมาตั้งสิบปีแล้ว ชาวโลกใคร ๆ ก็รู้ทั้งนั้น ไม่ใช่ว่าอยู่ ๆ ก็ตกโลกตายซะเมื่อไร

=>รู้กันตั้งนานแล้วว่าถูกล่าหัว มันอยู่ที่ว่าเมื่อไรจะได้ตัวเท่านั้นแหละ จนกระทั่งวันนี้ไง

=>ก็คนมันอยากรู้

=>ตายตอนไหน? ยังไม่รู้ข่าวเลย?

=>สถานการณ์ในลิเบีย บุตรชายคนเล็กของผู้นำ ลิเบีย และหลานอีก 3 คน
เสียชีวิตหลังถูกนาโตโจมตีบ้านพัก ในกรุงตริโปลี

=>ทราบมาจากข่าวในทีวีละคับ ...น่าสงสารเนอะ??
มั้ง??

=>ตายจริงมั้ย หรือแค่ลิเกลวงโลก สร้างเรตติ้งให้ผุ้นำสหรัฐ ต้องรอดูกันต่อไป
มาดูกันครับบว่าจริงไหม..อย่างไร...

วันเสาร์ที่ 30 เมษายน พ.ศ. 2554

เรื่องเล่าจากสมรภูมิช่องบก.....

เมื่อครั้งมีสถานะการณ์ความไม่สงบตามแนวชายแดนที่บริเวณช่องบก อ.น้ำยืน จ.อุบลฯ ซึ่งเป็นพื้นที่รอยต่อสามประเทศ(สามเหลี่ยมมรกต ไม่ใช่สามเหลี่ยมทองคำ) ได้แก่ ไทย - ลาว - เขมร เมื่อปีพุทธศักราช ๒๕๒๙ เชื่อได้ว่าขณะนั้นหลายคนยังไม่เกิดและยังเชื่ออีกว่าน้อยคนนักที่จะรู้เกี่ยวกับเรื่องนี้ซึ่งเป็นสิ่งที่น่าศึกษาไว้อย่างยิ่งในฐานะคนไทย....


การรบครั้งนั้นเป็นการนำโดย ทภ.๒ และ กกล.สุรนารี สถานการณ์โดยทั่วไปคือ ทหารเวียดนามได้เข้ามามีอิทธิพลในเขมร(เริ่มจากสงครามภายในเขมรเองเป็นการรบกันของเขมร ๓ ฝ่าย รวมถึงการฆ่าล้างเผ่าพันธ์ จากนั้นฮุนเซนได้หนีไปพึ่งใบบุญของเวียดนาม และได้นำเวียดนามมาฆ่า พี่ - น้องของตนเองที่มีเชื้อสายเดียวกันกับตนเอง) ทำให้มีเขมรบางกลุ่มหนีมาสร้างที่มั่นตามแนวชายแดนไทย - เขมร โดยเฉพาะช่องบก ดังนั้นบริเวณนี้จึงเป็นที่หมายโจมตีของทหารเวียดนาม และทหารเวียดนามยึดที่หมายได้สำเร็จจนทั่วบริเวณช่องบกและได้มีการลุกล้ำอธิปไตยของไทยโดยการสร้างฐานที่มั่นลุกล้ำเข้ามาในแผ่นดินไทย บางแห่งรุกเข้ามากว่า ๕ กิโลเมตร
เมื่อ ๒๕๒๙ ทภ.๒ โดย กกล.สุรนารี ได้ใช้กำลังผลักดันและขับไล่กำลังส่วนนี้ออกไปจากผืนแผ่นดินไทยให้สิ้น.. และสามารถกระทำได้สำเร็จเมื่อปีงบประมาณ ๒๕๓๒ ระยะเวลาประมาณ ๔ ปี .... ผลจากการปฏิบัติการรบด้วยระยะเวลาอันยาวนานในครั้งนั้นทำให้มีทหาร - หาญที่ยอมสละชีพเพื่อความอยู่เย็นเป็นสุขของคนไทย เป็นจำนวนไม่น้อย......ข้าพเจ้าและคนไทย ขอไว้อาลัยด้วยความปลื้มปิติและสำนึกในบุญคุณของวีระบุรุษทหารกล้าทั้งหลายเหล่านั้น..

ข้อสังเกตุในบทเรียนจากสมรภูมิช่องบก คือ...
๑. เขมรเป็นชนชาติที่ไว้ใจไม่ได้ เพราะว่าสามารถฆ่าได้แม้กระทั่งเลือดเนื้อของตัวเองถือว่าเลวสุดๆ ไทยอย่าได้เอาอย่าง
๒. เขมรยอมให้ต่างชาติเข้ามายึดได้แม้กระทั่งประเทศที่เรียกว่าเป็นบ้านเกิดของตัวเอง ไทยอย่าได้เอาอย่าง
๓.การรบในคราวนั้นจะสำเร็จไปไม่ได้หากไม่ได้รับความร่วมมือจากทหาร - หาญ ทุกนาย ตลอดจนกลุ่มประชาชนที่ร่วมรบในครั้งนั้น ซึ่งไดแก่ ราษฎรอาสาสมัครพิทักษ์ไทย กลุ่มพลังมวลชน ฯลฯ


สรุป
เมื่อยามเกิดศึกสงครามคราใดคนไทยไม่เคยทรยศแผ่นดิน จะสู้จนใจขาดดิ้นก็ไม่ยอมสิ้นแผ่นดินที่กลบหน้า รวมพลังทหาร - หาญและชาวประชา เพื่อรักษาปฐพีที่มีไท

จากยอดดอยแดนไกลใครจะเห็น....













คำร้อง: พันโท ณรงค์เดช นันทโพธิ์เดช ดาวน์โหลดเพลงนี้
ทำนอง: แมนรัตน์ ศรีกรานนท์
จากยอดดอย แดนไกลใครจะเห็น
ยากลำเค็ญ เพียงใดใจยังมั่น
จะปกป้อง ผองภัยชั่วนิรันดร์
สิ้นชีวัน ก็ยังห่วงหวงแผ่นดิน
ด้วยหน้าที่ ชีวิตรับผิดชอบ
คือคำตอบ ที่รบอยู่มิรู้สิ้น
ความภูมิใจ ลึกล้ำด่ำอาจิณ
รักแผ่นดิน รักเกียรติศักดิ์นักรบไทย
คิดถึงยอด หฤทัยใจจะขาด
แต่ไม่อาจ ตัดใจทิ้งไปได้
ด้วยหน้าที่ ศรัทธาสาใจกาย
คงความหมาย เกินค่ากว่าชีวี
ส่งใจข้ามขอบฟ้า ห่วงหาเสมอ
หวังเพียงเธอ นึกถึงผู้อยู่ที่นี่
ขอให้รอ วันรุ่งของพรุ่งนี้
ฟ้าคงมี พรชัยให้กับเรา

.......................................... เมื่อครั้งปฏิบัติหน้าที่ชายแดนบริเวณเขาพระวิหาร เมื่อ ๒๕๕๓ นึกถึงเพลงนี้ทีไรได้อารมย์ทุกทีครับบบ พี่น้อง......และก็เพิ่งจะรู้ว่า เป็นเพลงที่มีเนื้อหาให้กำลังใจทหารที่ปฏิบัติหน้าที่อยู่ชายแดน เมื่อครั้งต่อสู้กับคอมมิวนิสต์.....มิน่าล่ะเข้ากับชีวิตจริงๆๆ
ปล.ขอไว้อาลัยแด่ทหาร - หาญ ผู้เสียสละชีพเพื่อชาติและความสงบเรียบร้อยของแผ่นดินไทย

วันศุกร์ที่ 29 เมษายน พ.ศ. 2554

แนวคิดเกี่ยวกับชนชาติ ไทย - เขมร

วันนี้ขอหยิบยกข้อมูลเก่าๆที่มีท่านผู้รู้ได้เขียนเป็นบทกลอนสอนใจไว้อย่างสวยงาม เมื่ออ่านข้อความข้างล่างนี้ เราในฐานะคนไทยได้ความรู้หลายอย่าง มันสื่ือให้เห้นหลายๆอย่างที่กำลังเป็นอยู่ในปัจจุบัน หรือว่าสิ่งที่เกิดขึ้นตั้งแต่อดีต.. และสุดท้ายเราก็พอจะรู้ว่าอนาคตจะเป็นเช่นไร..ถึงแม้ว่าจะไม่แน่นอน แต่ก็พอที่จะเดาออก... ครับบ......


"สัปดาห์นี้มีเรื่องความเมืองใหญ่ ไทยถูกฟ้องขับไล่ขึ้นโรงศาล
เคยเป็นเรื่องโต้เถียงกันมานาน ที่ยอดเขาพระวิหารรู้ทั่วกัน
กะลาครอบมานานโบราณว่า พอแลเห็นท้องฟ้าก็หุนหัน
คิดว่าตนนั้นใหญ่ใครไม่ทัน ทำกำเริบเสิบสันทุกอย่างไป
อันคนไทยนั้นสุภาพไม่หยาบหยาม เห็นใครหย่อนอ่อนความก็ยกให้
ถึงล่วงเกินพลาดพลั้งยังอภัย ด้วยเห็นใจว่ายังเยาว์เบาความคิด
เขียนบทความด่าตะบึงถึงหัวหู ไทยก็ยังนิ่งอยู่ไม่ถือผิด
สั่งถอนทูตเอิกเกริกเลิกเป็นมิตร แล้วกลับติดตามต่อขอคืนดี
ไทยก็ยอมตามใจไม่ดึงดื้อ เพราะไทยถือเขมรผองเหมือนน้องพี่
คิดตกลงปลงกันได้ด้วยไมตรี ถึงคราวนี้ใจเขมรแลเห็นกัน
หากไทยจำล้ำเลิกบ้างอ้างขอบเขต เมืองเขมรทั้งประเทศของใครนั่น ?
ใครเล่าตั้งวงศ์กษัตริย์ปัจจุบัน องค์ด้วงนั้นคือใครที่ไหนมา ?
เป็นเพียงเจ้าไม่มีศาลซมซานวิ่ง ได้แอบอิงอำนาจไทยจึงใหญ่กล้า
ทัพไทยช่วยปราบศัตรูกู้พารา สถาปนาจัดระบอบให้ครอบครอง
ได้เดชไทยไปคุ้มกะลาหัว จึงตั้งตัวขึ้นมาอย่างจองหอง
เป็นข้าขัณฑสีมาฝ่าละออง ส่งดอกไม้เงินทองตลอดมา
ไม่เหลียวดูโภไคไอศวรรย์ ทั้งเครื่องราชกกุธภัณฑ์เป็นหนักหนา
ฝีมือไทยแน่นักประจักษ์ตา เพราะทรงพระกรุณาประทานไป
มีพระคุณจุนเจือเหลือประมาณ ถึงลูกหลานกลับเนรคุณได้
สมกับคำโบราณท่านว่าไว้ อย่าไว้ใจเขมรเห็นจริงเอย..."



ม.ร.ว.คึกฤทธิ์ ปราโมช
หนังสือพิมพ์สยามรัฐสัปดาห์วิจารณ์
๑๘ ตุลาคม ๒๕๐๒

ปล.เห็นด้วยรึป่าววว

วันอังคารที่ 26 เมษายน พ.ศ. 2554

ทางออกของปัญหา ปะทะ ไทย - เขมร

วันนี้เป็นภาคต่อจากบทความที่แล้วครับบ
.........................................................................................................................
ขณะนี้ได้เกิดคำถามมากมายเกี่ยวกับการ ปะทะ ของ ไทย - เขมร ซึ่่งการสงสัยเป็นเรื่องที่ดีครับบ แต่การสงสัยเพราะไม่รับฝังเหตุผลหรือว่าไม่หาข้อมูลหลายด้านนั้น เป็นเรื่องที่ไม่ดีแน่เพราะอาจจะเป็นการสุดโต่งทางด้านข้อมูลครับ

ข้อสงสัยที่ ๑. "อย่างน้อยไทยน่าจะโจมตีถนนที่ส่งอาวุธให้เขมร  ตัดการส่งน้ำมัน  ตัดไฟฟ้า ปิดชายแดน"

ถ้าไม่มีข้อแม้อย่างอื่นหรือว่าปัจจัยมาสนับสนุน ขอบอกได้โดยไม่ต้องคิดเลยว่าทหารไทยสามารถทำได้ครับบบ เราสามารถบุกจากพระวิหารไปกินข้าวเที่ยงที่กรุงพนมเปญได้ครับบบ.. โดยศักยภาพของกองทัพไทยเราทำได้... ที่สำคัญไทยนี้รบไม่ขลาดครับ.. แต่ว่าปัจจัยที่เราไม่ทำอย่างนั้นเพราะว่าเราต้องการเจรจาสองฝ่าย.. เขมรต้องการพหุภาคี หรือว่าต้องการพี่ใหญ่เข้ามายุ่งเกี่ยวด้วยอย่างสหรัฐหรือจีน.. แน่นอนครับว่าถ้ามีมือที่สามเราเป็นฝ่ายเสียเปรียบมากๆ แม้แต่ลาวเองยังสนับสนุนหรือว่าส่งมอบอาวธให้กับเขมรครับบบ มันน่าคิดต่อไปอีกว่า นานาประเทศมองไทยแบบไหน ผู้ร้ายหรือว่าพระเอก.. โจทย์หรือว่าจำเลยก์

ข้อสงสัยที่ ๒. "จะยิงก็ยิง ไปเลย ถ้าจะทำสงครามก็ทำ อย่าครึ่งๆกลางๆแบบนี้ เอากันตรงๆดีกว่า
พูดดีๆกันสองสามวัน ตกลงยังงั้นยังงี้ แล้วมาลอบกัดกันไม่ค่อยแฟร์อะ สงครามมันไม่ดีก็จริง
แต่มันเด็ดขาดอ่ะ ใครชนะก็ได้ไป (พูดไม่รู้เรื่อง รื้นโน้นมาพูดนี้มาพูดไม่มีประโยชน์แล้ว)
เมื่อประณีประนอมไม่ได้ผล ละจัดแรงๆ! ไปเลย!
หลายครั้งแล้วอ่า ตกลงเสียเวลา มิตรภาพมันยิ่งแย่
..อิอิ..ไม่ได้สนับสนุนความรุนแรงนะค่ะ แต่ ป๊าดด ไม่ไหวแล้วเฟ้ย ......หมดความอดทนกะมันไอ้....(นั่นแหละ)"

แน่นอนครับบว่าสิ่งที่จำเป็นอย่างยิ่งในการปฏิบัติการทางทหารคือความเด็ดขาด แต่ว่าที่เป็นอยู่ ณ ปัจจุบันก็คือ เราเป็นประเทศที่เจริญแล้วในการที่เราจะตัดสินใจอะไรซักอย่างเรามีระบบความคิดที่ดีกว่าเขมร นี่คือข้อดีของเรา ส่วนข้อเสียคือมันช้ามากเวลาจะทำอะไรซักอย่างและที่สำคัญผู้ที่มีหน้าที่เกี่ยวข้องนั้นเปลี่ยนไปเรื่อยแต่ละยุคสมัย ขาดความเชี่ยวชาญ ยังขาดความชำนาญในการตัดสินใจเรื่องนี้อยู่พอสมควร เช่น เขมรเขาเสนอข่าวก่อนว่าไทยยิงเขมร ไทยเป็นผู้รุกราน ที่เขาทำได้ก่อนเพราะว่าเขาเป็นมืออาชีพอย่างมากมีประสบการณ์เกี่ยวกับความมั่นคงมากกว่าเรา ในขณะที่เราเองก็ศึกษาเอาจากต่างประเทศ อ่านหนังสือเอา.. ด้านทหารเขาเทียบเราไม่ได้แต่ว่าเรื่องเวทีโลกเขาล้ำหน้ามากกว่าเราเยอะครับบ การที่เราจะทำอะไรซักอย่างเราต้องมองในมุมของชาวโลกด้วย ไม่ใช่มองเฉพาะว่ามุมของตัวเอง ไม่งั้นเราก็จะเป้นฝ่ายตามไม่รู้จบ เล่นตามเกมส์ที่เขมรออกแบบเอาไว้ตลอด.. ถ้าชาวโลกเห็นด้วยกับการกระทำของไทยทุกอย่างก็เป็นเรื่องง่ายมากครับบ ที่ไทยจะทำให้มันจบๆไป.................................


ข้อสงสัยที่ ๓. "อยากให้ไทยเรารุกบ้างค่ะ ไม่ใช่ตั้งรับอย่างเดียว ไล่เขมรออกไปจากดินแดนไทยให้หมดเลยยิ่งดีค่ะ แล้วค่อยมาเจรจาหยุดยิงถาวร แล้วค่อยให้ประเทศที่3 เข้ามาดูค่ะ  นี่เขมรยังอยู่ในดินแดนไทยอยู่เลย  อย่างน้อย ๆ น่าจะถล่มถนนที่ขนส่งกำลังและอาวุธนะคะ ตัดช่องทางการส่งน้ำมันให้เขมรใช้ ตัดน้ำตัดไฟไปเลย ปิดด่านตลอดแนวชายแดนทั้งหมด  เอาแค่นี้ก่อนทำได้ไหมคะ"

ในการขับไล่หรือว่าผลักดันเขมรออกไปนั้นจำเป็นอย่างยิ่งที่เราต้องค่อยเป็นค่อยไป จากประสบการณ์ที่ผ่านมาทหารไทยทำได้ครับบ ในด้านทางทหารตอนนี้เขมรก็แค่เด็กที่เกรเเท่านั้นเอง.. เพราะเขมรเขาไม่คิดแบบเราถ้าคิดแบบเรามันก็ง่าย อย่างที่บอกเราทำไรรุนแรงหรือว่าหวือหวามากไม่ได้ เพราะว่า UN มองอยู่ห่างๆ อย่าให้เข้ามายุ่งเกี่ยวเลย เพราะว่ายังไงต่างชาติก็เข้าข้างเขมรอยู่แล้ว ทั้งในด้านความรู้สึก และก็ผลประโยชน์ระดับชาติ เพราะเขมรเป็นพระเทศเล็กเดี๋ยวหาว่าเรารังแกเด็ก ตอนนี้ต่างชาติก็สงสัยอยู่ว่าศาลโลกตัดสินไปแท้ๆทำไมเราไปยุ่งเกี่ยวพระวิหารอีก.. นี้คือความจริงที่เราต้องมองให้ออก.. อีกอย่างประเทศเขมรก็เหมือนกับ สาวบริสุทธิ์ที่ใครก็อยากเชยชม เพราะทรัพยากรที่มีมากมายทั้งทางบกและก็ทะเลครับบ ดังจะเห็นได้จากการที่ประเทศต่าง สนับสนุนอาวุธให้กับเขมร เช่น จีน เวียตนาม โซเวียต(ล่มไปแล้ว) หรือแม้กระทั้งลาวก็สนับสนุนเขมร ถ้าเราขับไล่เขมรออกไปด้วยกำลังรบที่เหนือกว่าแล้วผลที่ตามมาล่ะ.. มันจะเป้นการเจรจาสองฝ่ายที่ตั้งใจตั้งแต่แรกไหม.. ถ้ามีกรรมการ(กรรมโกง)มาไกล่เกลี่ยผลที่ได้จะเป็นอย่างไร..  ขอพูดเรื่องการตัดช่องทางการส่งกำลังบำรุงของเขมรครับบในระยะประชิดชายแดนเราสามารถทำได้ครับบ แต่ระยะห่างออกไปมันเป็นประเทศเขาครับบเราทำไม่อยากทำ เรื่องตัดไฟนี่สำคัญมากครับบบ อย่าลืมว่าไฟฟ้าเกือบทั้งประเทศเราซื้อจากลาวนะครับบบ แล้วใครจะตัดน้ำตัดไฟใครกันแน่ถ้าสถานการณ์บานปลายไปมากๆๆ

ส่วนนี่เป็นการวิเคราะห์ที่น่าสนใจมากๆครับบบ โดย พ.อ.ดร.ธีรนันท์ นันทขว้าง เป็นกูรุด้านความมันคงระดับประเทศหรือระดับโลกก็ว่าได้ครับบบ น่าสนใจเป็นอย่างมากลองฟังดูครับบ แล้วท่านจะมองปัญหาที่เป็นอยู่ออก

วันอาทิตย์ที่ 24 เมษายน พ.ศ. 2554

เหตุ ปะทะ ไทย - เขมร

เหตุปะทะ ไทย-เขมร เม.ย.54
ในฐานะคนไทยและฐานะทหารไทย พอที่จะสรุปสาเหตุการปะทะเกือบทุกครั้งที่เกิดขึ้นระหว่าง ไทย - เขมร ได้ดังนี้ โดยเฉพาะสองครั้งล่าสุดเมื่อ ก.พ. และ เม.ย. 54 นี้
1. ฝ่ายไทยไม่ได้มีนโยบายที่จะรุกรานเขมรด้วยอำนาจกำลังรบที่เหนือกว่าอยู่ แล้ว..ถ้ามีเจตนารุกรานเขมรจริงตามที่เขมรกล่าวอ้าง ทหารไทยไปกินข้าวเที่ยงที่พนมเปญยังได้เลย
2. วินัยการยิงของทหารเขมรไม่ค่อยจะมีกัน...อธิบายได้ว่า ฉลองวันชาติก็มีเสียงปืนดัง เมาเหล้าก็มีเสียงปืนดัง
มันอยากยิงอะไรมันก็ยิง เพราะว่ามันเป็นทหารที่มาจากเขมรที่รบสามฝ่ายในเขมรมาแล้ว.. พอยิงจบก็บอกว่าปืนลั่น ซึ่งก็เป็นอย่างนี้ประจำมันจะลั่นไปถึงไหน โดยเฉพาะ RPG และก็ปืนกล ตามหลักการณ์แล้วมันลั่นแทบไม่ได้เลยมันเป้นอาวุธที่ออกแบบมาสำหรับทางทหาร เป็นอย่างดี ถ้าไม่ใส่ลูกเข้าไปมันจะลั่นไหม..
3. เกือบทุกครั้งที่ปะทะกันจบแล้ว...พอเช้ามาก็มาถามเราว่า..."หัวหน้ายิงผม ทำไม...ทหารไทยตอบว่า.. ก็คุณยิงเข้ามาก่อน...เขมรก็ตอบแบบไม่อายหรือมันคิดไงก็ไม่รู้ว่า... ผมไม่ได้ยิง ลูกน้องผมยิงต่างหากล่ะผมอยู่คนละที่.. ทหารไทยทำหน้างง พร้อมๆกับอยากโดดถีบยอดหน้ามัน..
4. ความเคลื่อนไหวตามแนวชายแดนทหารเขมรจะมีความเคลื่อนไหวอยู่ตลอด มันจะสังเกตุทหารไทยพยายามหาข่าวเกี่ยวกับไทยมากที่สุด เพราะว่ามันกลัวทหารไทยมากๆๆๆๆ มันทำทุกอย่างที่จะได้เปรียบทหารไทย ขนาดที่ว่าชาวบ้านของเราจุดบั้งไฟตามประเพณีบุญบั้งไฟ ทหารขเมรยังทำหน้าตาตื่นตะโกนมาถามว่าอะไร... เพราะกลัวว่าจะเป็นอาวุธร้ายแรงชนิดใหม่ที่ทหารไทยนำมาใช้ แค่ได้ยินเสียง ฮ.อยู่ไกลๆมันก็หัวหดแล้ว..
5. สิ่งบอกเหตุที่เกิดขึ้นก่อนการปะทะ
     5.1 เมื่อครั้งปะทะ ก.พ. 54 ชาวเขมรที่เข้ามาทำงานรับจ้างในฝั่งไทยไม่เข้ามาทำงานตามปกติที่ทำทุกวันโดย อ้างว่ากลัวมีการปะทะกัน.... ซึ่งก็เป็นจริงอย่างที่ชาวเขมรบอกไว้ล่วงหน้า...
      5.2 การปะทะครั้งนี้ เม.ย. 54 นายทหารประสานงานเขมรได้โทรมาติดต่อประสานงานกับทหารไทยว่า ได้ทราบข่าวหรือยังว่ามีการปะทะที่ปราสาทตาเมือน ซึ่งข้อเท็จจริงคือหลังจากวางสายโทรศัพท์ 15 นาที ก็มีเหตุการณ์ปะทะกันจริงตามที่นายทหารประสานงานฝ่ายเขมรโทรเข้ามาถามทหาร ไทย...
6. เขมรมีพฤติกรรมรุกรานไทยอยู่แล้ว.. ดังจะเห็นได้จากว่า.. นำกำลังทหารเข้ามาประชิดทหารไทยซึ่งภูมิประเทศเราอยู่เหนือกว่า เป็นหน้าผาสูง แต่เขมรก็บุกป่าฝ่าดงปีหน้าผาขึ้นมาแล้วบอกว่าเป็นพื้นที่ของมัน.. (ฐานปฏิบัติการณ์ใกล้ๆพระวิหาร ไม่ขอเอ่ยชื่อ) ทหารไทยก็ทำหน้างง พร้อมกับอยากโดถีบยอดหน้ามันตามเคย... ซึ่้งการปฏิบัติในวันนั้น ผบ.พัน.ร.๑๖๓ ก็ได้ขับไล่ทหารเขมรออกไปได้โดยไม่มีการปะทะ โดยยื่นคำขาดถ้าเกินเวลา 6 ทุ่มของคืนนั้นถ้ายังไม่ออกไปจะโดนอาวุธหนักซึ่งมันก็กลัวตามที่ข้อเสนอเรา บอกมันไป...
ทั้งหมดนี้เป็นเหตุการณ์และข้อเท็จจริงที่ยืนยันได้ว่าฝ่ายทหารไทยไม่ได้รุกรานทหารเขมรอยู่แล้วตั้งแต่ต้น..
แม่ทัพภาค ๒ ให้สัมภาษน์  ::>> http://77.nationchannel.com/playvideo.php?id=147331

ล่าสุด เมื่อ 00.02 น. 26 เม.ย. 54
ทีวีไทยรายงานว่า การปะทะกันครั้งที่ 3 จบลงเมื่อช่วงหัวค่ำ หลังจากที่มีการปะทะกันอย่างต่อเนื่องทั้งวัน ผลการปะทะ มีลูกกระสุนชนิด ปรส.74 ได้ตกเข้ามาในหมุ่บ้านใกล้แนวชายแดนนับสิบลูก สร้างความวิตกวุ่นวายให้กับชาวบ้านเป็นอย่างมาก ปชช.ยอมรับว่าไม่มีการเตรียมพร้อมรับมือเหตุการณ์ดังกล่าวมาก่อนด้วยว่าไม่เคยมีการปะทะกันมาก่อน..

เกี่ยวกับฉัน

บทความนี้น่าจะเป็นบทความแรกในชีวิต ที่จะเขียนลงบล็อก เนื่องจากว่าไม่เคยทำเว็บบลอกซักที ประวัติเจ้าของบล็อกก็ไม่มีไรมากเป็นผู้ชายธรรมดาที่เกิดมาจากครอบครัวชาวนา จนๆ ไม่มีความสมบูรณ์แบบอะไรเลยในชีวิต ซึ่งเป็นสิ่งที่ตอนนี้ก็ยังใฝ่หาความสมบูรณ์แบบนั้นอยู่.. ที่จริงแล้วเรื่องราวส่วนตัวมีเยอะมากทั้งที่เปิดเผยได้และเปิดเผยไม่ ได้...ก็คงพูดถึงชีวิตวัยเด็กก่อนเป็นอันดับแรก.. ตอนเด็กเป็นคนเงียบมากๆๆชอบอยู่คนเดียวเก็บตัวไม่ค่อยสุงสิงกับใคร กีฬาไม่เล่นชอบอ่านหนังสือบ้าง เลยทำให้เรียนหนังสืออยู่อันดับต้นๆเสมอๆ ตลอดระยะเวลาที่เรียนหนังสือแม่บอกเสมอว่าไม่มีตังค์ส่งเรียนหรอก...ซึ่งคำ พูดนี้เองที่ทำให้ผมต้องสู้เพื่อสิ่งที่ตนเองอยากทำ.. ผมอยากเรียนให้จบ..อยากเรียนสูงๆ อยากมีงานทำดีๆๆ อยากประสบผลสำเร็จ.. ได้มีโอกาสเข้าเรียนอุดมศึกษาอย่งาที่หวังแต่ก็เป็นไปด้วยความลำบากมากๆ ต้องเรียนไปหาเงินเรียนด้วย.. ตอนเย็นไปทำงานร้านอาหารกลับห้องตอนเที่ยงคืนกว่าๆ ตอนเช้าก็ไปเรียนเป็นอย่างนี้อยู่มา สามปี ตอนนั้นเรียนอยู่ปีที่สามของคณะเทคโนโลยีอุตสาหกรรม เอกวิทยาการคอมพิวเตอร์... ตอนนั้รู้สึกว่าหนักมากทั้งเรื่องเรียน เรื่องส่วนตัว เรื่องงานที่ทำ รู้สึกว่าต้องทำไรซักอย่างแล้วล่ะ.. ไม่งั้นลำบากกว่านี้แน่ๆ เลยได้มีโอกาสมาเรียนนักเรียนนายสิบทหารบก โดยคิดว่าจะยกระดับชีวิตตัวเองที่เป็นอยู่ในตอนนั้น.. ก็ดร็อบที่เรียนไว้ก่อนเพราะว่าไม่ไหวแล้วจริงๆ บอกตัวเองว่าอย่างนี้ .. ที่จะทำต่อไปนี้มันก็ไม่ได้เลวร้ายอะไรหรอก ผมบอกกับตัวเองว่าอย่างนั่น.. ซึ่งตลอดเวลาที่ผ่านมา ผมได้สัมผัสทั้งดีใจ เสียใจ ทุกข์ สุข ก็ได้สัมผัสมาบ้าง ถึงแม้ว่าจะมีก็แต่ทุกข์มากกว่าก็เถอะ..


ส่วนนี่เป็นงานอดิเรกที่เพิ่งหัดทำครับบบ
รับออกแบบเสื้อยืดครับบตามสั่ง ที่สำคัญฟรีครับบบ แค่อยากหาสนามลองฝีมือ.. 
ทำเสร็จแล้วยกไฟล์ให้เลยครับบเป็นกรรมสิทธิ์ของท่านทันทีที่ส่งงานให้ โดยไม่มีข้อแม้ใดๆทั้งสิ้น.. 
เป็นไฟล์รูปแบบ vector (*.ai) ทำไปด้วยเม้นท์ไปด้วยเลยตามสั่งครับบอัพให้ดูไม่ชอบก็เปลี่ยนใหม่ตามใจครับบบ ผ่านทางแฟนเพจ  http://www.facebook.com/pages/InfSign/187707191274644
InfSign

โฆษณาหน้าของคุณด้วยเลยสิ